รถยนต์นั้นเป็นพาหนะที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับคุณไม่ว่าคุณต้องการจะเดินทางไปที่ไหนก็สามารถไปได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง ซึ่งในการขับรถแต่ละครั้งก็จะมีระยะใกล้และไกล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการเดินทางระยะไกลมักจะเป็นการไปท่องเที่ยว หรือการกลับบ้านในช่วงวันหยุด ดังนั้นวันนี้เรามาดูวิธีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนขับรถระยะไกลกันเลยดีกว่า
- ตรวจเช็คสภาพรถก่อน
การตรวจเช็คสภาพรถจะทำให้เรารู้ว่ารถของเรานั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการเดินทางทางไกลควรส่งรถยนต์เข้าตรวจเช็คสภาพรถยนต์กับศูนย์โดยตรง หรือร้านซ่อมรถที่น่าเชื่อถือ การขับรถทางไกลที่ดี ลมยาง น้ำมัน แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถควรมีความพร้อม การเช็ครถจึงไม่ควรมองข้าม
- เตรียม พ.ร.บ.รถยนต์ ใบขับขี่ และประกันภัยรถยนต์ให้พร้อม
ขับรถทางไกลเตรียมอะไรบ้างที่จำเป็น เช่น พ.ร.บ.รถยนต์และใบขับขี่เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการขับรถของคนขับและความถูกต้องของรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน ควรมีประกันภัยรถยนต์ติดตัวไว้ด้วยเพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมีประกันภัยรถยนต์ช่วยลดค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา
- เตรียมพร้อมแผนการเดินทาง
ต้องมีการวางแผนให้ชัดเจนว่าเส้นทางของสถานที่ที่จะไปนั้น การจราจรเป็นอย่างไร จะใช้เวลาเท่าไหร่ มีทางลัดทางไหนบ้าง ร้านอาหารที่ใกล้บริเวณดังกล่าวมีที่ไหน และถ้าตกกลางคืนแล้วยังไม่ถึงปลายทางหรือเกิดง่วงจนไม่สามารถขับต่อได้ จะสามารถพักที่ไหนได้บ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ขับรถทางไกลและผู้ร่วมทางควรช่วยกันศึกษาให้ละเอียดชัดเจน
- พักผ่อนให้เพียงพอ
เพื่อป้องกันการง่วงระหว่างขับรถ โดยการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง สะสางภาระต่างๆ ที่คั่งค้างไว้ ให้แล้วเสร็จก่อนการเดินทาง จะได้มีเวลานอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง แต่หากระหว่างทางนั้นไม่ไหวให้แวะงีบที่จุดพักรถ ก่อนค่อยเดินทางต่อกันนะ
- พกน้ำเปล่าติดรถไปด้วย
เพื่อที่จะได้ดื่มในระหว่างทาง หรือหากง่วงมากๆ อาจจะใช้ล้างหน้าได้ โดยเฉพาะการขับรถในช่วงกลางวัน อากาศร้อนๆ ซึ่งนอกจากอากาศร้อนๆ จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ในบางรายที่ร้อนจัด อาจทำให้เกิดอาการของโรคฮีทสโตรก ได้อีกด้วย
และนี่ก็เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางระยะไกล ถ้ามีคนเดินทางไปด้วยก็จะยิ่งดี ก่อนที่จะเดินทางก็เตรียมให้พร้อม เพื่อให้ทุกเส้นทางนั้นปลอดภัยไร้กังวล และเพิ่มความอุ่นใจไปอีกขั้นด้วยการทำประกัน2+ ที่เป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 และมีราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่า จะเคลมประกันได้ก็ต่อเมื่อรถเกิดเหตุชนแบบมีคู่กรณี หรือที่เรียกกันว่ารถชนรถเท่านั้น หากเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณีก็จะไม่สามารถเคลมประกันได้นั่นเอง
